ผู้ดูแลผลประโยชน์

standard chartered

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน)


สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ดูแลผลประโยชน์

ผู้ดูแลผลประโยชน์มีหน้าที่ และความรับผิดชอบหลักๆ ดังต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบและถ่วงดุลการบริหารจัดการกองทุนรวมฯ ของบริษัทจัดการอย่างเคร่งครัดด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ตลอดจนระมัดระวังดูแลรักษาทรัพย์สินดังเช่นผู้ประกอบวิชาชีพดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมฯ
  2. ลงนามในข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการกับบริษัทจัดการในนามผู้ถือหน่วยลงทุน
  3. ลงนามในเอกสารที่รับรองการได้รับเงินค่าจองซื้อหน่วยลงทุนซึ่งได้ฝากไว้ในบัญชีเพื่อการจองซื้อหน่วยลงทุน และลงนามในเอกสารที่รับรองว่าเงินค่าจองซื้อหน่วยลงทุนได้ฝากเข้าในบัญชีดังกล่าวแล้ว เพื่อยื่นเอกสารดังกล่าวให้แก่สำนักงาน ก.ล.ต. และให้การสนับสนุนการจัดตั้งและการจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนรวมฯ กับสำนักงาน ก.ล.ต.
  4. กำกับดูแล ตรวจสอบ และถ่วงดุลให้บริษัทจัดการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหลักทรัพย์ และโครงการจัดการกองทุนรวมฯ ตลอดจนข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการโดยเคร่งครัด
  5. รับฝากทรัพย์สินของกองทุนรวมฯ โดยแยกไว้ต่างหากจากทรัพย์สินของผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นซึ่งผู้ดูแลผลประโยชน์เป็นผู้รับฝากไว้
  6. ควบคุม และติดตามดูแลให้การเบิกจ่าย การจ่าย และการส่งมอบเงิน เอกสาร หรือทรัพย์สินอื่นใดของกองทุนรวมฯ เป็นไปตามที่ระบุไว้ในโครงการจัดการกองทุนรวมฯ รวมถึงสัญญาการเข้าลงทุนในรายได้ค่าความพร้อมจ่าย
  7. จัดทำบัญชีแสดงการรับจ่ายทรัพย์สินของกองทุนรวมฯ
  8. ดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีให้บริษัทจัดการปฏิบัติตามหน้าที่ของตนหรือฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยความเสียหายจากบริษัทจัดการ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวง หรือเมื่อได้รับคำสั่งจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องบังคับคดีดังกล่าว ให้เรียกร้องจากทรัพย์สินของกองทุนรวมฯ ได้
  9. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของกองทุนรวมฯ และผู้ถือหน่วยลงทุน
  10. พิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานของกองทุนรวมฯ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาทแต่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุนรวมฯ ณ เวลาที่มีการได้มาหรือจำหน่ายไปดังกล่าว โดยให้เป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมฯ และกฎหมายหลักทรัพย์ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอิสระ (ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมฯ) (ถ้ามี)
  11. พิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการเข้าทำสัญญาหรือแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกสัญญาที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการหรือการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานซึ่งมีมูลค่าของสัญญามากกว่า 100 ล้านบาทแต่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุนรวมฯ ณ เวลาที่มีการเข้าทำสัญญาหรือแก้ไขเพิ่มเติมหรือบอกเลิกสัญญาดังกล่าว โดยให้เป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมฯ และกฎหมายหลักทรัพย์ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอิสระ (ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมฯ)
  12. แจ้งให้บริษัทจัดการจัดให้มีการประเมินค่าใหม่โดยพลัน เมื่อผู้ดูแลผลประโยชน์เห็นว่ามีเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น อันอาจมีผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวมฯ อย่างมีนัยสำคัญ หรือเมื่อเห็นว่าจำเป็นต้องประเมินค่าใหม่เพื่อกองทุนรวมฯ
  13. ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องได้รับความเห็นจากผู้ดูแลผลประโยชน์ ซึ่งรวมถึงเรื่องที่ต้องได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนด้วย
  14. ดำเนินการให้มีการรับหรือชำระเงินจากบัญชีของกองทุนรวมฯ ทั้งนี้ โดยต้องเป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมฯ และ/หรือ ข้อกำหนดของเอกสารธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง (ตามแต่กรณี)
  15. ไม่กระทำการอันเป็นการขัดกับประโยชน์ของกองทุนรวมฯ หรือผู้ถือหน่วยลงทุน ไม่ว่าการกระทำนั้นจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ดูแลผลประโยชน์เองหรือประโยชน์ของผู้อื่น เว้นแต่เป็นการเรียกค่าตอบแทนในการทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์หรือเป็นการดำเนินการในลักษณะที่เป็นธรรมและได้เปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบก่อนอย่างพอเพียงแล้ว โดยผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้ทราบข้อมูลดังกล่าวมิได้แสดงการคัดค้าน
  16. ในกรณีที่การดำเนินการใดต้องได้รับมติของผู้ถือหน่วยลงทุน หากบริษัทจัดการไม่ดำเนินการขอมติ ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์มีอำนาจดำเนินการตามที่จำเป็นเพื่อขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุนได้
  17. มีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบอื่นตามที่กำหนดในโครงการจัดการกองทุนรวมฯ และ
  18. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายหลักทรัพย์ และสัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์